<iframe src="//www.googletagmanager.com/ns.html?id=GTM-TBGMC3V&l=dataLayer" height="0" width="0" style="display:none;visibility:hidden"></iframe>

บทความ

รีวิวสินค้า
  • รีวิวสินค้าทั้งหมด
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แฟชั่น
  • เครื่องสำอาง
  • เครื่องครัว
  • ของใช้ในบ้าน
  • สุขภาพ
  • แม่และเด็ก
  • Other
  • ความงาม
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แฟชั่น
  • สินค้าอุปโภคบริโภค
  • ของใช้ในบ้าน
  • เครื่องครัว

22 ส.ค. 62 | 15:53น.

ผลเสียของการดับกลิ่น ด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่ง & ลูกอม

    เชื่อว่าแทบทุกคนเลยที่ต้องพกลูกอมหรือหมากฝรั่งไว้ติดกระเป๋า นอกจากจะช่วยให้ลมหายใจสดชื่นแล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการแก้เบื่อหรือง่วงหนาวหาวนอนด้วยใช่มั้ยล่ะ 

    จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะใช้การดับกลิ่นปากด้วยการอมลูกอม หรือการเคี้ยวหมากฝรั่ง มากกว่าแปรงฟัน เพราะทั้งสะดวกไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องพกพาแปรงสีฟันหรือยาสีฟัน




    แต่หลายคนคงไม่รู้ว่าการอมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นมีผลเสียนั้นมากกว่าที่เราคิด เพราะในลูกอมและหมากฝรั่งนั้นมีส่วนประกอบคือสารกันเสีย และสารให้ความหวานแทนน้ำตาล 

    โดยสารเหล่านี้ถ้าได้รับมากเกินไปจะเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็ง และอันตรายต่อสมอง (ถ้าทานเกินกว่า 50 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม)

    ส่วนในสารความหวาน ถ้าได้รับมากเกินไป จะเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อต่อมไทรอยด์ ตับ และไตได้ (ถ้าได้รับมากเกิน 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม)




แล้ววิธีดับกลิ่นปากที่ดีกว่าล่ะคืออะไร ?

    คือการแปรงฟันนั่นเองค่ะ โดยวันนึงเราควรแปรง 2 ครั้ง  และครั้งนึงไม่ควรแปรงน้อยกว่า 2 นาที แต่นอกจากการแปรงฟันแล้ว เราต้องเลือกยาสีฟันที่มีส่วนประกอบเป็นฟลูออไรด์ด้วยนะ และหลังจากการแปรงฟัน เราควรปล่อยให้ฟลูออไรด์ทำงานนานถึง 2 ชั่วโมง โดยไม่ต้องทานอะไรเพิ่มเข้าไปหลังจากการแปรงฟันนั้นดีที่สุดค่ะ





    และเพื่อสุขภาพของช่องปากและฟันที่ดียิ่งขึ้น วันนี้เรามีผลิตภัณฑ์มาแนะนำกันค่ะ อย่าง  Ultimate ยาสีฟัน ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนที่ช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง เห็นผลทันทีที่ได้ใช้ มาพร้อมกับแปรงสีฟันครบเซต และผมสลวยกับแชมพูที่ช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่ายด้วยนะ ดีแบบนี้ ไม่ช้อปไม่ได้แล้ว

คลิกที่ภาพ ช้อปเลย