ใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานกับผู้ใช้ เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

อาการข้อเข่าเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยด้านอายุที่เพิ่มขึ้นและการเสื่อมตามวัยของอวัยวะต่างๆ นอกจากนี้พฤติกรรมยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมก่อนเวลาได้ True Shopping อยากชวนคุณมาเช็กกันหน่อยว่ามีพฤติกรรมที่มีส่วนทำให้เกิดอาการปวดข้อปวดเข่าหรือไม่ แล้วเราจะมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรให้ข้อเข่ายังยืดหยุ่น เคลื่อนไหวคล่องตัว สนุกกับกิจกรรมต่างๆ ไปได้นานๆ



ความสำคัญของข้อเข่า


ในร่างกายของเราประกอบไปด้วยข้อต่อต่างๆ หลายส่วน แต่ข้อเข่าเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ทำหน้าที่สำคัญในการช่วยรับน้ำหนักตัวของเรา และขณะที่เราทำกิจกรรมต่างๆ อย่างการเดิน การวิ่ง หรือขึ้นลงบันได และยังสามารถแบกรับน้ำหนักได้มากกว่าน้ำหนักตัวของเราด้วย เช่นกรณียกของหนัก



สาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อข้อเข่า


หลายคนมีอาการปวดเมื่อต้องนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ หรือเดินขึ้นลงบันได และอาการจะทุเลาลงเมื่อหยุดพัก หรือเวลาเราขยับจะรู้สึกได้ถึงการเสียดสี เวลาเหยียดหรืองอเข่าจะทำได้ไม่สุด หรือมีเสียงขณะเคลื่อนไหว สิ่งเหล่านี้คือข้อบ่งชี้ว่าเราอาจมีอาการเริ่มต้นของข้อเข่าเสื่อม ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัยดังต่อไปนี้


1.น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์

เพราะข้อเข่าทำหน้าที่ช่วยรับน้ำหนัก ยิ่งเรามีน้ำหนักตัวมากก็จะยิ่งทำให้ข้อเข่าต้องรับภาระหนักขึ้นด้วย น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคข้อเข่าเสื่อมนั่นเอง โดยปกติเราควรดูแลน้ำหนักตัวให้ดัชนีมวลกาย หรือ BMI ไม่เกิน 23


ขอบคุณข้อมูลจาก si.mahidol.ac.th



2.อายุที่มากขึ้น

อายุที่มากขึ้นก็ส่งผลต่อความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะข้อต่อ ซึ่งมักพบในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป และมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เนื่องจากน้ำหล่อเลี้ยงในข้อต่อจะลดลง ทำให้เกิดการเสียดสีได้ง่าย ข้อเข่าไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม



3. พฤติกรรมเสี่ยง

นอกจากเรื่องน้ำหนักตัวและอายุแล้ว พฤติกรรมของเราก็มีส่วนในการทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยได้ เช่นการใช้ข้อเข่ามากๆ การนั่งยอง นั่งพับเพียบนาน หรือคุกเข่าบ่อย และผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บที่เข่า ไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุหรือจากการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย เราจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งานข้อเข่า โดยเฉพาะการยกของหนักซึ่งจะทำให้หัวเข่าต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าปกติ

นอกจากนี้อาการข้อเข่าเสื่อมยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ด้วย เช่นผู้ที่มีกล้ามเนื้อต้นขาไม่แข็งแรง หรือผู้ที่มีโรคข้ออักเสบอย่างโรครูมาตอยด์ หรือเกาต์


วิธีดูแลให้ข้อเข่าคงความยืดหยุ่นและแข็งแรง


โรคข้อเข่าเสื่อมนอกจากจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ในคนที่มีอาการมากยังอาจทำให้การเดินลำบาก ไปจนถึงช่วยเหลือตนเองได้ยากขึ้น ทั้งยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจอีกด้วย วิธีที่ดีที่สุดก็คือการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ให้ข้อเข่าดีอยู่กับเราไปนานๆ


1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพื่อลดภาระของการแบกรับน้ำหนักตัวของข้อเข่า เพราะยิ่งข้อเข่าต้องรองรับน้ำหนักมากก็ยิ่งมีโอกาสที่ข้อเข่าจะเสื่อมได้เร็วขึ้น



2. ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่น

การออกกำลังช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น และความกระฉับกระเฉง แต่ข้อควรระวังก็คือการออกกำลังกายที่หักโหมจนเกินไป หรือกีฬาที่ใช้แรงปะทะ ซึ่งมักจะเกิดการยืดหดของเข่าถี่เกินไป ทำให้เสี่ยงต่ออาการข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน เราจึงควรหมั่นบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าอย่างพอเหมาะด้วย



3. เสริมแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อข้อเข่า

อาหารเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยบำรุงและเสริมความแข็งแรงให้กับข้อเข่า ตัวอย่างสารอาหารที่จำเป็น เช่น กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีอยู่มากในปลาทะเล อาหารที่มีเบต้าแคโรทีน หรือสารต้านอนุมูลอิสระสูงจากผักใบเขียว อาทิ ผักโขม ผักคะน้า บรอกโคลี ใบยอ อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น อัลมอนด์ งาดำ ผลิตภัณฑ์จากนม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เสริมด้วยอาหารที่มีวิตามินดีสูงเพื่อช่วยในการดูดซึมของแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย


อีกหนึ่งสารสำคัญที่มีส่วนช่วยในเรื่องข้อและกระดูกก็คือคอลลาเจน (Collagen) โดยคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะข้อต่อ กระดูกอ่อน เส้นเอ็น ซึ่งโดยปกติร่างกายของเราจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้ลดน้อยลงเมื่อเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุมักจะเริ่มมีปัญหาเรื่องข้อเข่านั่นเอง



ดูข้อมูลเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน Takara คลิกที่นี่


คอลลาเจนในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีข้อดีคือทำให้สามารถรับประทานคอลลาเจนได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อการเกิดประโยชน์ โดยไม่จำเป็นต้องทานอาหารชนิดที่มีคอลลาเจนในปริมาณมากๆ โดยเฉพาะคอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) และคอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Collagen Tripeptide) ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผม ผิว กระดูกและข้อต่อส่วนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ข้อสำคัญคือต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับการรับรองจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)



ดูข้อมูลเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน Takara คลิกที่นี่


นอกจากประโยชน์เรื่องข้อเข่าและกระดูกแล้ว คอลลาเจนยังมีส่วนช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส รู้สึกนุ่มลื่นขึ้น ริ้วรอยแลดูจางลง คอลลาเจนยังมีส่วนช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรง ไม่เปราะบางหรือหักง่ายอีกด้วย



ดูข้อมูลเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน Takara คลิกที่นี่


ทาคาระคอลลาเจน (Takara Collagen)


คอลลาเจนยอดขายดีอันดับ 1 ของ True Shopping ตัวเสริมของตั๊กมยุรา เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนที่สกัดจากเกล็ดปลาน้ำจืด 100% มีปริมาณคอลลาเจนไตรเปปไทด์ 25,000 มก. และคอลลาเจนเปปไทด์ 25,000 มก. ไม่ผสมแป้ง ไม่มีน้ำตาลทราย และไม่ใส่สี ผู้ที่แพ้อาหารทะเลสามารถรับประทานได้ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ปลอดภัยได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบจาก GMP

บำรุงร่างกายได้ทุกวัน ดูแลกระดูก ข้อเข่า ผิว ผม เล็บ ด้วยทาคาระคอลลาเจน เพียงผสมผงคอลลาเจนกับน้ำสะอาด หรือเครื่องดื่มตามชอบ คนให้ละลายพร้อมดื่มได้ทันที อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จาก True Shopping ที่อยากแนะนำ เพราะเราคัดสรรแต่สิ่งดีๆ เพื่อลูกค้าคนพิเศษ


ทานคอลลาเจนให้ได้ประโยชน์สูงสุด


  1. ดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่
  2. เสริมด้วยวิตามินซี เพราะมีส่วนช่วยในการดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย
  3. ทานคอลลาเจนขณะท้องว่าง โดยมีงานวิจัยระบุว่าการทานคอลลาเจนขณะท้องว่าง หรือก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมคอลลาเจน

ขอบคุณข้อมูลจาก rama.mahidol.ac.th



 

แชร์ :