ใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานกับผู้ใช้ เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

แม้ว่าช่วงนี้เทรนด์การใช้ชีวิตแบบ New Normal กำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติของทุกคนไปแล้ว ไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ก็มักจะเน้นไปที่การอยู่บ้านมากขึ้นและออกไปทำกิจกรรมข้างนอกน้อยลง ด้วยความรู้สึกว่าเราอยู่แต่ในร่ม ไม่โดนแสงแดด ไม่ต้องเจอใคร จึงอาจทำให้ละเลยการดูแลผิวไปแบบไม่ตั้งใจ แถมพฤติกรรมบางอย่างที่เราอาจจะเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัวก็อาจจะเป็นการทำร้ายผิวทางอ้อม ที่สำคัญคือความเครียดจากการ Work from Home ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ ทำให้ผิวหน้าเราโทรม หมองคล้ำ ดูไม่สดใสอย่างที่เคย ใครที่รู้ตัวว่ากำลังเครียด ไม่ว่าจะมาจากเรื่องอะไรก็ตาม True Shopping จะมาบอกวิธีกู้ผิวให้กลับมาใส ดูสุขภาพดี เป็นเคล็ดลับฉบับทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก



ดูแลผิวหน้าให้ดีต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ

 

สิ่งสำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้ามและคิดว่าคงเพียงพอแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าหัวใจสำคัญของผิวหน้าที่ดีนั้นคือความชุ่มชื้นที่เพียงพอ ถ้าหากว่าจับผิวหน้าของคุณแล้วรู้สึกแห้ง ใส่หน้ากากอนามัยแล้วเป็นรอยนาน ผิวมันแต่ขาดน้ำ หรือริ้วรอยเริ่มถามหา ให้เริ่มจากการดื่มน้ำให้ติดจนเป็นนิสัย ตั้งแต่ตื่นนอน ก่อนมื้ออาหาร และระหว่างวัน เพราะการดื่มน้ำไม่ใช่เพียงแค่ดับกระหาย แต่ยังเป็นการเติมน้ำให้ผิวและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ อาจจะฟังดูง่ายแต่การปรับพฤติกรรมให้ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หลายคนอาจต้องค่อยๆ ฝึกจนติดเป็นนิสัย หาตัวช่วยเป็นกระบอกน้ำบอกเวลาที่ต้องดื่ม หรือบอกปริมาณสำหรับแต่ละวัน ช่วงแรกๆ อาจจะยังไม่ชิน แต่ขอให้ทำเป็นประจำแล้วจะพบว่าแค่การดื่มน้ำช่วยอะไรๆ ได้เยอะกว่าที่คิด เพราะความสวยต้องเริ่มจากภายในสู่ภายนอกนะคะ



ดูแลระบบขับถ่ายดีเสริมให้ผิวสดใส


ถัดจากการดื่มน้ำก็คือการรักษาสมดุลของระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่เห็นผลจากภายในสู่ภายนอกเช่นเดียวกัน ให้เราลองสังเกตดูว่าเวลาที่รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ หรือบางคนอาจจะเลือกทานเป็นไฟเบอร์ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต จนระบบขับถ่ายดีเป็นปกติ สิวที่มักเป็นช่วงท้องผูกจะลดลง ความหมองคล้ำของผิวจะดูดีขึ้น ผิวจะค่อยๆ สดใส เปล่งปลั่ง อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดง่าย แลดูมีสุขภาพดีมากขึ้น เพราะการขับถ่ายไม่ใช่แค่การระบายของเสียออกไปเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้น เพิ่มการดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้ดีขึ้น แถมผิวยังได้รับวิตามินไปแบบเต็มๆ หรือถ้าใครไม่ชอบรับประทานผัก การนำผักและผลไม้ไปปั่นเป็นสมูทตี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี


 

บำรุงผิวหน้าก่อนทากันแดดทุกครั้ง

 

หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าในตอนเช้า อีกหนึ่งเคล็ดลับที่หลายคนอาจคิดว่าไม่จำเป็นคือการทาครีมบำรุงผิวหน้าก่อนลงครีมกันแดด เสมือนเป็นเกราะกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยกักน้ำไว้ในผิว เนื่องจากครีมกันแดดบางชนิดอาจจะไม่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ หรืออาจมีน้ำหอมและแอลกอฮอร์ผสมอยู่ ผิวจะแห้ง หยาบกร้าน ไม่ฟู ไม่เรียบเนียน แนะนำเป็นพิเศษสำหรับสาวๆ ที่แต่งหน้าเป็นประจำ การเลือกทาครีมบำรุงเป็นขั้นตอนแรกสำคัญมาก เพียงเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมบางเบา ไม่มัน เกลี่ยง่าย เข้ากับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ดี ทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแต่ไม่ทำให้ผิวหน้ามันเยิ้ม



ปัจจุบันมีสิ่งที่เรียกว่าโทนอัพครีม นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้เรามีผิวสว่างกระจ่างใสขึ้นทันทีที่ใช้ เป็นเหมือนครีมบำรุงพร้อมรองพื้นในตัวเดียวกัน ช่วยลดขั้นตอนการแต่งหน้า แถมยังทำให้ผิวดูสดใสมากขึ้นด้วย โทนอัพครีมที่นิยมมักเป็นสกินแคร์ที่นำเข้าจากเกาหลี ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องงานผิว อย่างเช่นครีม COS NINE Tone Up Blanc Cream ตัวนี้ เพราะครีมโทนอัพเป็นทั้งครีมบำรุงผิวหน้า ช่วยลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ และยังใช้แทนรองพื้นได้ ทำให้แต่งหน้าง่าย เครื่องสำอางติดทน ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ เพิ่มความไบรท์ แต่ยังให้ความเป็นธรรมชาติ เพราะไม่ต้องลงครีมหลายชั้น หลายขั้นตอน


 

ป้องกันจุดด่างดำต้องทาครีมกันแดด

 

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการรักษาผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ไม่แก่ก่อนวัย ก็คือการทาครีมกันแดดที่หลายคนมักหลีกเลี่ยง เนื่องจากครีมกันแดดส่วนใหญ่มักจะมีเนื้อสัมผัสที่หนัก เหนียว หรือมัน ทำให้รู้สึกไม่สบายผิว หรือบางคนก็อาจพึ่งพาสารกันแดดที่อยู่ในแป้งผสมรองพื้น แต่การทาครีมกันแดดเป็นการช่วยป้องกันรังสียูวีที่สามารถทำร้ายผิวได้ถึงชั้นใน ทาครีมบำรุงดีๆ ไปแล้วก็อย่าให้เสียเปล่า เพิ่มกันแดดไปอีกหน่อยจะได้สวยไปนานๆ ว่ากันว่าหากเราเริ่มใช้ครีมกันแดดเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอในช่วงอายุเท่าไหร่ เราก็จะมีผิวหน้าแบบนั้นไปตลอด หรือแก่ช้ากว่าเพื่อนก็ได้ ยิ่งคนที่โดนแดดจัดบ่อยๆ จะยิ่งเกิดฝ้าและริ้วรอย ทำให้ดูแก่กว่าวัย หน้าล้ำไปไกลกว่าอายุได้นะคะ และแม้จะอยู่แต่ในบ้าน ทำงานแบบ Work from Home แทบไม่ได้ออกไปไหนเลย แต่แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ จากหลอดไฟ และแสงจากหน้าต่าง ก็ยังคงทำร้ายผิวได้ 


 

ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

 

บางคนอาจจะคิดว่าเราก็ล้างหน้ากันอยู่ทุกวัน แต่การล้างหน้าธรรมดาอาจไม่เพียงพอ เพราะบางคนแต่งหน้าทุกวัน ลงเครื่องสำอางที่ผิวเป็นประจำ เกิดการสะสมในรูขุมขน ยิ่งหากล้างหน้าโดยใช้แค่โฟมอาจทำให้มีสิ่งตกค้าง หรือแม้แต่คนไม่แต่งหน้า ความมันบนใบหน้าก็ต้องใส่ใจ หากล้างไม่สะอาดก็อาจเกิดสิวขึ้นได้เช่นกัน แนะนำให้ลองใช้คลีนซิ่ง หรือที่เช็ดเครื่องสำอางเช็ดให้ทั่วใบหน้าก่อน แล้วค่อยใช้เจลล้างหน้า หลังจากนั้นให้ใช้โทนเนอร์หยดลงสำลีแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้าอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าผิวหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลาไร้สิ่งอุดตันแล้ว การลงครีมบำรุงในขั้นตอนต่อไปก็จะช่วยให้ผิวได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่อีกด้วย


 

สครับผิวหน้าอย่างอ่อนโยน

 

การสครับผิวหน้าก็เปรียบเหมือนการขจัดสิ่งสกปรกที่เป็นคราบฝังแน่น ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป แต่สำหรับคนที่มีผิวแห้งมาก หรือผิวอ่อนแอ บอบบาง แพ้ง่าย ไม่แนะนำให้ทำบ่อย อาจจะเดือนละ 2-3 ครั้ง โดยเน้นใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ มีส่วนผสมของสครับที่ละเอียด ไม่บาดผิว มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือความชุ่มชื้น เวลาล้างออกจะทำให้ผิวเนียน ลื่น ดูเกลี้ยงเกลามากขึ้น หรือหากใครที่อยากลองใช้สิ่งของที่หาได้ทั่วไป แนะนำให้ลองใช้กากกาแฟผสมน้ำผึ้งค่อยๆ สครับผิว นวดวนอย่างเบามือไปเรื่อยๆ นอกจากจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกถึงรูขุมขนแล้วยังช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีอีกด้วย


 

 บำรุงผิวหน้าก่อนนอน

 

การบำรุงผิวหน้าก่อนนอนเป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่ค่อยชอบ เพราะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ไม่สบายผิว หรือหากมีหลายขั้นตอนก็ต้องใช้เวลาในการลงครีมต่างๆ หลายคนอาจคิดว่าจะนอนแล้ว อยากสบายผิวบ้าง เพราะตอนเช้าอาจจะแต่งหน้ามาทั้งวันแล้ว แต่การบำรุงผิวหน้าด้วยครีมที่เหมาะกับสภาพผิวจะสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ไม่มัน ไม่เหนียว และยังคงรู้สึกสบายผิว หากใครไม่ชอบหลายขั้นตอนในการลงครีมก็อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่รวมมอยส์เจอไรเซอร์และสารบำรุงต่างๆ เพื่อการลงครีมในขั้นตอนเดียว ประหยัดเวลาสำหรับการพักผ่อนแล้วยังได้ประโยชน์จากการบำรุงแบบเต็มๆ ผิวหน้าตอนเช้าจะดูใส อิ่มฟู แต่งหน้าเบาๆ ก็ดูดีได้ ซึ่งเราสามารถลดความยุ่งยากได้ด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและตอนกลางคืน มีคุณสมบัติเป็นแบบ 2in1 อย่างเช่นครีมโทนอัพ ซึ่งมีข้อดีคือไม่ต้องจ่ายแพง ลดขั้นตอนการบำรุง ทั้งยังช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ลดการใช้รองพื้น แต่งหน้าได้บางเบาเป็นธรรมชาติมากขึ้น


COS NINE Tone Up Blanc Cream ครบทุกความต้องการ จบในกระปุกเดียวทั้งเช้าและก่อนนอน เน้นการบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยเทคโนโลยีอัลฟา มีไลท์ (Alpha Melight) จึงไม่ใช่แค่เติมความชุ่มชื้น แต่ยังช่วยเรื่องของฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอย ทำงานมาเหนื่อยทั้งวันแล้ว ทาครีมคอสไนน์ตัวเดียวจบแล้วไปนอนได้เลย ตื่นเช้ามาหน้าสดใสเหมือนเดิม ผลิตภัณฑ์นี้คือตอบโจทย์


 

นอนพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อผิวที่แข็งแรง

 

แม้จะใช้อายครีม อายเซรั่มราคาแพงแบรนด์ดังขนาดไหน แต่ถ้ายังนอนดึก นอนไม่พอ ก็อาจไม่ช่วยแก้ปัญหาขอบตาคล้ำเป็นแพนด้าได้อย่างยั่งยืน ดีที่สุดคือการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพราะการนอนช่วยให้ร่างกายพักฟื้น ซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอ ฮอร์โมนต่างๆ ทำงานอย่างเป็นปกติ สมองก็ได้พักการทำงาน ลดความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างวัน เมื่อระบบการทำงานในร่างกายดีก็จะส่งผลให้ผิวดูสดชื่นสดใส เมื่อคุณได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดูเหมือนง่าย แต่ทำยากในความเป็นจริง เพราะหลายคนมักมีข้ออ้าง เช่น งานยังไม่เสร็จ ติดซีรีส์ เม้ากับเพื่อน ทักแชทกับแฟน ซึ่งการพักผ่อนไม่เพียงพอต่อเนื่องกันทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ง่าย ขาดสมาธิ สมองไม่ปลอดโปร่ง ผิวพรรณหมองคล้ำ แลดูหยาบกร้าน รูขุมขนกว้าง



การนอนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่เราคิด และหากเราทาครีมบำรุงก่อนนอนด้วยก็จะยิ่งรับประโยชน์ได้มากที่สุด เคล็ดลับคือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติครบในกระปุกเดียว ไม่ต้องทาหลายขั้นตอน ที่สำคัญคือต้องเกลี่ยง่าย ซึมไว จะได้ไม่เสียเวลาพักผ่อน ในกรณีนี้เราขอแนะนำครีม COS NINE Tone Up Blanc Cream ที่สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน รวมเอาไว้ในกระปุกเดียวแบบไม่ต้องยุ่งยาก มีสารบำรุงที่ปลอดภัยเพราะสกัดจากธรรมชาติ ช่วยลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำ ลดความหมองคล้ำ ปรับผิวหน้าให้ดูอิ่มฟูเพราะได้รับความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่

 

เราเชื่อว่าเคล็ดลับที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นเรื่องที่ใครๆ ต่างก็รู้ แต่ในความเป็นจริงด้วยภารกิจมากมายในแต่ละวัน เรื่องง่ายๆ ก็อาจกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ยิ่งคนที่มักมีความเครียดสะสม ปัญหาผิวจะเป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังละเลยการดูแลตัวเอง ในระยาวก็อาจมีปัญหาสุขภาพตามมา ก่อนที่จะสายลองหันกลับมาใส่ใจดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก ปรับพฤติกรรมพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลเรื่องอาหาร การดื่มน้ำ และการขับถ่าย การใช้ครีมบำรุงใดใดก็อาจไม่จำเป็นต้องแพง ขอให้มีคุณสมบัติที่ครบถ้วน เหมาะกับสภาพผิว ที่สำคัญคือการใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องซึ่งจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด แม้จะ Work from Home อยู่ที่บ้านทั้งวันไม่ค่อยได้ออกไปไหน แต่การดูแลผิวและสุขภาพยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนะคะ

 

 

แชร์ :